| PHP infoBoard v.5 PERFECT |
| หน้าหลัก Hisiam | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน |
| ||||||
ปากีฯบึมพลีชีพ 136ศพ รับ'นางภุตโต
[ ผู้ดูแล : noom - 20/10/2007 - 20:50 ] ![]()
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ว่า ขณะที่นางภุตโตนั่งรถบรรทุกนำขบวนแห่จากสนามบินไปตามท้องถนนเมืองการาจี โดยมีรถตำรวจคุ้มกันแน่นหนาไปตามท้องถนนได้ราว 10 ชั่วโมง เพื่อไปกล่าวปราศรัยใหญ่ ที่สุสานที่ฝังศพของนายโมฮัมเหม็ด อาลี จินนาห์ อดีตผู้นำผู้ก่อตั้งประเทศปากีสถาน หลังจากกล่าวขอบคุณฝูงชน ผู้สนับสนุนที่มาต้อนรับล้นหลามนับแสนคน คนร้ายได้โยนระเบิดมือเข้าใส่ขบวนรถของนางภุตโตก่อน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นมีมือระเบิดพลีชีพอีกคน ซึ่งมัดระเบิดหนัก 15-20 กิโลกรัมติดกับตัว วิ่งฝ่าฝูงชนเข้าหาขบวนรถของนางภุตโตและจุดระเบิดขึ้น แรงระเบิดอันมหาศาล แผ่รัศมีคร่าชีวิตผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นอย่างน้อย 136 คน รวมทั้งเด็กวัย 6 ขวบ มีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 400 คน บริเวณเกิดเหตุซึ่งอยู่หน้าป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ ที่เขียนว่า ภุตโตจงเจริญ มีสภาพไม่ต่างกับ โรงฆ่าสัตว์ ชิ้นส่วนศพมนุษย์กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดน่าสยดสยอง ซากรถยนต์และรถจักรยานยนต์กองระเกะระกะทั่วท้องถนน แต่นางภุตโตกลับกลายเป็นมนุษย์กระดูกเหล็ก ดวงแข็ง ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ และถูกองครักษ์คุ้มกันนำตัวขึ้นรถยนต์บึ่งกลับบ้านพักทันที ท่ามกลางสีหน้างุนงงระคนตื่นตระหนกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอัซฮาร์ ฟารูกี ผู้บัญชาการตำรวจเมืองการาจีเผยว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน มีตำรวจอยู่ด้วยอย่างน้อย 20 ศพ ส่วนผู้บาดเจ็บรวมทั้งนักข่าวและช่างภาพหลายคนถูกนำส่งโรงพยาบาล 6 แห่งในเมืองการาจีอย่างเร่งด่วน หลายคนมีอาการสาหัส คาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะพุ่งขึ้นอีก เหตุระเบิดครั้งนี้นับเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ปากีสถาน และเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในเมืองการาจี หลังจากเหตุระเบิดพลีชีพเมื่อเดือน เม.ย.2549 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 57 คน นายฟารูกีเผยด้วยว่า เหตุระเบิดพลีชีพครั้งนี้ มีการวางแผนอย่างพิถีพิถันและลงมืออย่างเชี่ยวชาญ โดยเป้าสังหารคือนางภุตโต ถ้าไม่มีตำรวจอารักขารับเคราะห์แทน รถบรรทุกของนางภุตโตอาจแหลกละเอียดและเธอคงไม่รอด แต่ยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่โฆษกของกระทรวงมหาดไทยแถลงว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มหัวรุนแรงและผู้ก่อการร้าย ซึ่งอาจมีที่มั่นอยู่ในเขตชนเผ่าพื้นเมืองตามตะเข็บชายแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถาน ก่อนหน้านี้ กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งเป็นแนวร่วมของเครือข่ายก่อการร้าย อัล เคดา และกลุ่ม ตาลีบัน อดีตรัฐบาลอัฟกานิสถาน ขู่ว่าจะโจมตีนางภุตโต ถ้าเธอเดินทางกลับประเทศ โทษฐานที่เธอสนับสนุนรัฐบาลสหรัฐฯ และกำลังเจรจาแบ่งปันอำนาจกับประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ กวาดล้างผู้ก่อการร้าย แต่นายอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี สามีของนางภุตโตกล่าวหาว่า ระเบิดพลีชีพครั้งนี้เป็นฝีมือของหน่วยข่าวกรองปากีสถาน ซึ่งมีพลจัตวาไอจาซ ชาห์ นายทหารเกษียณราชการ คนสนิทของประธานาธิบดีมูชาร์ราฟเป็นผู้นำ เพื่อสะกัดไม่ให้นางภุตโตกลับเข้ามามีอำนาจอีกหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งชาวปากีสถานจำนวนมากมีความเห็นเช่นเดียวกับนายซาร์ดารี ส่วนนางภุตโตเองก็เคยเผยว่า เธออาจถูกนายทหารเกษียณราชการจากหน่วยข่าวกรองซึ่งยังมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มหัวรุนแรงลอบสังหาร ถ้าเดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม นางภุตโตมีศัตรูอีกมากมายในปากีสถาน นางคริสตินา แลมบ์ ผู้เขียนอัตตชีวประวัติของนางภุตโต เผยว่า นางภุตโตรอดตายหวุดหวิดเพราะขณะคนร้ายจุดระเบิด นางภุตโตลงไปพักผ่อนในชั้นล่างของรถบรรทุก ส่วนรถบรรทุกซึ่งถูกติดตั้งด้วยตู้กระจกกันกระสุนและระเบิดที่ด้านบน เพื่อคุ้มกันนางภุตโตได้รับความเสียหาย กระจกข้างแตกละเอียด ด้านข้างรถเป็นรูพรุนเพราะสะเก็ดระเบิด ส่วนรถตำรวจคุ้มกัน 2 คันพังพินาศ นางแลมบ์ เผยด้วยว่า นางภุตโตรู้ดีว่าจะตกเป็นเป้าโจมตี ซึ่งอาจรวมทั้งถูกมือปืนซุ่มยิงจากบนอาคารหรือสะพาน ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานได้ขอร้องให้นางภุตโตใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเดินทางกลับบ้านหลังขึ้นเครื่องบินจากดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถึงสนามบินการาจี เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่เธอจะถูกโจมตี แต่เธอปฏิเสธ โดยกล่าวว่าไม่กลัว และมุ่งมั่นกลับมาตุภูมิ เพราะมีภารกิจนำพรรคประชาชนปากีสถาน (พีพีพี) ลงชิงชัยเลือกตั้ง เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยและปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรง นางภุตโตยังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อาหรับว่า แม้จะมีผู้พยายามลอบสังหารเธอ แต่เธอก็ไม่ หวั่นไหว และได้บอกให้สมาชิกครอบครัว รวมทั้งบุคคลอันเป็นที่รักทั้งหลายให้เตรียมตัวเตรียมใจรับทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุ ตำรวจปากีสถานแถลงว่า ค้นพบศีรษะของมือระเบิดพลีชีพในจุดเกิดเหตุ ลักษณะเป็นชายหนุ่มแต่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ ต้องนำตัวอย่างจากชิ้นส่วนศพไปตรวจดีเอ็นเอต่อไป ตำรวจเผยด้วยว่าระเบิดที่คนร้ายใช้บรรจุด้วยลูกเหล็กและตะปูเพื่อสังหารผู้คนจำนวนมาก และสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติปากีสถาน ตั้งรางวัลถึง 5 ล้านรูปี (ราว 27 ล้านบาท) ให้ผู้ชี้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ อยู่เบื้องหลังระเบิดพลีชีพครั้งนี้ ซึ่งยังไม่มีกลุ่มใดออกโรงอ้างความรับผิดชอบ ขณะที่ประธานาธิบดีมูชาร์ราฟ แถลงประณามเหตุระเบิดว่าเป็น แผนสมรู้ร่วมคิดทำลายประชาธิปไตย และวิงวอนให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ในวันศุกร์ที่ 19 ต.ค. หลังเกิดเหตุ 1 วัน นางภุตโตให้สัมภาษณ์เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของนิตยสาร ปารีส-แมทช์ กล่าวหาว่า ผู้สนับสนุนของนายพลเซีย อุล ฮัก อดีตผู้นำรัฐบาลทหารซึ่งก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีซุลฟิการ์ อาลี ภุตโต บิดาของเธอเมื่อ 30 ปีก่อน อยู่เบื้องหลังระเบิดพลีชีพครั้งนี้ว่า รู้ดีว่าใครต้องการฆ่า พวกเขาคือเหล่าผู้ทรงอำนาจในสมัยรัฐบาลนายพลเซีย อุล ฮัก ซึ่งปัจจุบันอยู่เบื้องหลังขบวนการหัวรุนแรงและคลั่งศาสนา ขณะที่โฆษกพรรคพีพีพีแถลงว่า นางภุตโตจะอยู่ในปากีสถานต่อไป เพื่อมุ่งมั่นสู้ศึกเลือกตั้ง หลังเกิดเหตุประธานาธิบดีมูชาร์ราฟได้โทรศัพท์ ถึงนางภุตโตด้วยเพื่อแสดงความเศร้าเสียใจในโศกนาฏกรรม ที่เกิดขึ้น ผู้นำและรัฐบาลของนานาประเทศทั่วโลก รวมทั้งสหรัฐฯ จีน อินเดีย อัฟกานิสถาน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ไปจนถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ต่างแถลงประณามเหตุระเบิดครั้งนี้อย่างรุนแรง และแสดงความเศร้าเสียใจกับญาติพี่น้องของเหยื่อระเบิด โดยนายกอร์ดอน จอห์นโดร โฆษกด้านกิจการต่างประเทศของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช แห่งสหรัฐฯ แถลงว่าจะไม่ยอมให้พวกหัวรุนแรง หยุดยั้งชาวปากีสถานจากการเลือกผู้แทนของตน ผ่านกระบวนการที่เปิดกว้างและเป็นประชาธิปไตยได้ ด้านนายกรัฐมนตรีจอห์น โฮเวิร์ด แห่งออสเตรเลียชี้ว่า การโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือเครือข่ายอัล เคดา ส่วนรัฐบาลจีนเรียกร้องให้ปากีสถานรักษาเสถียรภาพไว้ ขณะที่อินเดียคู่อริของปากีสถานก็ร่วมประณามและเรียกร้องให้รัฐบาลปากีสถานทำอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อควบคุมการก่อการร้ายในภูมิภาค นางภุตโตก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคประชาชนปากีสถาน (พีพีพี) เมื่อ 27 ปีก่อน หลังอดีตนายกรัฐมนตรีซุลฟิการ์ อาลี ภุตโต บิดาของเธอ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งพรรคพีพีพีถูกรัฐบาลทหารภายใต้การนำของพลเอกเซีย อุล ฮักที่ยึดอำนาจจากเขาประหารชีวิตในปี 2522 นางภุตโตเคยเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งถึง 2 สมัยช่วงปี 2531-2539 นับเป็นสตรีคนแรกในโลกมุสลิมที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่รัฐบาลของเธอทั้ง 2 ชุดล่มสลายเพราะข้อหาคอรัปชัน หลังจากประธานาธิบดีมูชาร์ราฟ ยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ เมื่อ 8 ปีก่อน เธอก็ถูกตั้งข้อหาคอรัปชัน ยักยอกเงินของรัฐอย่างผิดกฎหมายไปไว้ในต่างประเทศขณะอยู่ในอำนาจ ทำให้เธอต้องลี้ภัยไปอยู่อังกฤษและดูไบตั้งแต่นั้น แต่เมื่อ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา มูชาร์ราฟลงนามในคำสั่งให้อภัยโทษนางภุตโต ปูทางให้เธอกลับประเทศเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมกราคมปีหน้า ขณะที่ทั้งคู่ยังเจรจาแบ่งปันอำนาจกันไม่ลงตัว ต่อมาเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 19 ต.ค. นางภุตโตได้จัดแถลงข่าวที่เมืองการาจีเป็นครั้งแรก หลังรอดชีวิตจากระเบิดพลีชีพ โดยเผยว่า คนร้ายผู้ลงมือโจมตีมี 2 คน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเธอยังเห็นคนร้ายอีก 2 คน โดยคนหนึ่งมีปืนพกเป็นอาวุธ และอีกคนสวมเข็มขัดติดระเบิดพลีชีพ นางภุตโตเผยด้วยว่า ได้รับคำเตือนล่วงหน้าก่อนเดินทางกลับประเทศแล้วว่ามีผู้ส่งทีมล่าสังหารมาโจมตีเธอ และประณามผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยชี้ว่าเป็นการโจมตีประชาธิปไตย พร้อมทั้งกล่าวสดุดีเหยื่อผู้เสียชีวิตว่าเป็นผู้เสียสละอย่างสูงสุด ส่วนตัวเธอจะเดินหน้ารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งต่อไป ข้อมูลจาก | ||||||
|
|
ผู้โพส : noom สถานะ : ผู้ดูแล
|
20/10/2007 - 20:50
|
||||
![]() |
เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : ปากีฯบึมพลีชีพ 136ศพ รับ'นางภุตโต | หัวข้อรวม |