PHP infoBoard v.5 PERFECT
หน้าหลัก Hisiam | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน
Hisiam.com
 
บิ๊กอสังหาฯเตือนระวังดอกเบี้ยขึ้นคอนโดฯไม่โอน

[ ผู้ดูแล : noom - 20/10/2007 - 23:48 ] Admin

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
อนันต์ อัศวโภคิน

ซีอีโอ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เตือนภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ซึม ปีหน้าทรุดหนัก หวั่นนโยบายรัฐอุ้มค่าบาททำขาดทุนดอลลาร์ อาจส่งผลปีหน้าเศรษฐกิจทรุด เตือนระวังดอกเบี้ยขึ้น ตลาดคอนโดฯกระทบก่อน ลูกค้ากำลังซื้อหดยอดโอนพลาดเป้า แนะจับตาคอนโดฯเกาะแนวรถไฟฟ้าอาจล้นเกินจริง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่า ปัจจุบันอัตราการเติบด้านเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ยังโตระดับที่ 4% มาจากแรงขับเคลื่อน 4 ส่วนคือภาคธุรกิจการส่งออก, การลงทุนของรัฐบาล, การใช้จ่ายของผู้บริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน ในกลุ่มนี้การส่งออกมีสัดส่วนมากที่สุดคือ 3% ส่วนการลงทุนของภาคเอกชนมี1%

“ จีดีพี โต 4 % แต่ทำไมชาวบ้านมีความรู้สึกว่าในกระเป๋าไม่มีเงิน แสดงว่าการเติบโตนั้นกระจุกที่ตัวใดตัวหนึ่ง“ นายอนันต์ กล่าวและว่า การที่รัฐบาลให้น้ำหนักต่อภาคธุรกิจการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผลักดันจีดีพีเพียงอย่างเดียว ด้วยการทำให้เงินบาทอ่อนค่า โดยหันไปตุนเงินดอลล่าร์ ซึ่งขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีเงินดอลลาร์เยอะมาก เพื่อรักษาค่าเงินบาทไม่ให้แข็งเกินไป แม้จะดีในระยะสั้นช่วยเหลือภาคส่งออก แต่ในระยะยาวจะทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะเสี่ยง และส่งผลกระทบเชิงลบในวงกว้าง 

ติงรัฐอุ้ม"บาทอ่อน"เสี่ยงสูง

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สังเกตได้จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนั่นหมายถึงผลตอบแทนจากการฝากเงินสกุลดอลลาร์นั้นต้องลดลง แล้วส่งผลต่อรายได้ของประเทศลดลงด้วย  ข้อมูลเหล่านี้นักวิเคราะห์รู้และมีข้อมูลกันหมด หาก และทั่วโลกก็ออกมาให้ความเห็นตลอดว่า ค่าเงินดอลลาร์จะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ

ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องทบทวนแนวทางที่ดำเนินการอยู่  ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด  กล่าวคือ หากอัตราแลกเปลี่ยนจะแข็งค่าก็ควรปล่อยไปตามนั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสดีการนำเข้าสินค้าในราคาต้นุทนที่ถูกลง อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อก็จะลดลงตาม ราคาน้ำมันก็จะลดลงตาม  ซึ่งในที่สุดแล้วก็จะช่วยสร้างแรงจูงในให้ประชาชนกล้าที่จะซื้อสินค้า

ภาครัฐเองควรมากระตุ้นการลงทุนในประเทศแทน ทั้งการกระตุ้นภาคธุรกิจของเอกชน และ การลงทุนของรัฐบาลแทน การพึ่งภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งหากลงลึกในรายละเอียดแล้วจะพบว่า ผู้ส่งออกนั้นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยอาศัยไทยเป็นฐานผลิตแล้วส่งออก ซึ่งเป็นการส่งออกระหว่างบริษัทลูกกับบริษัทแม่เท่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดในธุรกิจรถยนต์

“ตอนนี้รัฐบาลไม่กล้าเสี่ยงพวกนายแบงก์เค้าพูดกันหมดว่าปี 50 เป็นปีที่เผาหลอก ส่วนปี 51 เป็นปีเผาจริง“ นายอนันต์ กล่าวและว่า เศรษฐกิจในประเทศปี 2551 จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าการเมืองภายในประเทศมีเสถียรหรือไม่ และควรยึดกฎกติกาของบ้านเมือง  เลือกตั้งจบได้ใครมาเป็นผู้นำรัฐบาลก็ควรเป็นไปตามนั้น  ไม่ควรที่จะออกมาประท้วงที่สนามหลวง สร้างความวุ่นวาย และหากมีการเล่นนอกกติกาหลังการเลือกตั้งทั่วไป เศรษฐกิจไทยคงจะดีขึ้น โดยไม่กังวลว่าจะเป็นรัฐบาลผสมซึ่งทำให้ไม่มีเสถียรภาพ แต่ที่กลัวคือ การเมืองไม่มีเสถียรภาพ มีการเล่นนอกกติกาเหมือนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากประเทศเผชิญกับการเล่นนอกกติกาเมื่อไร จะทำให้ประเทศไทยถอยหลังไป 10 ปี

ธปท.ขึ้นดบ.คอนโดฯไปก่อน

นายอนันต์  กล่าวแสดงความกังวลว่า แนวโน้มดอกเบี้ยซึ่งคาดว่าธปท. จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเรื่อยๆ เพื่อกดเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อในประเทศยังอยู่ในระดับสูง โดยเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ผลกระทบดังกล่าวเมื่อรวมกับปีญหาเศรษฐกิจในปี 2551ที่วิเคราะห็นว่าไม่ดีแล้ว จะส่งผลกระทบในเชิงลบหรือเป็นอันตรายต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาก กล่าวคือจะทำให้ขีดความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยหรือขอสินเชื่อกับธนาคารลดลง

ทั้งนี้ในปี 2551 พบว่าจะมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้าค่อนข้างมาก ผลตามมาก็คื อเมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้น อำนาจการขอสินเชอื่อเพื่อที่อยู่อาศัยก็จะลดลง เช่น เดิมสามารถขอสินเชื่อได้ในวงเงิน 2 ล้านบาท แต่เมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้น แบงก์เข้มงวด และมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงสูง แทนที่จะกู้แบงก์ได้ 2 ล้านบาท แต่สามารถกู้ได้เพียง 1.5 ล้านบาท ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายที่เป็นเจ้าของคอนโดนั้นจะทำอย่างไรก็บห้องชุดที่มีปัญหานี้

จับตาคอนโดฯรถไฟฟ้าล้น

ขณะเดียวกัน จากการที่มีการลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวรถฟ้าหรือ ซิตี้ คอนโดค่อนข้างมาก โดยแต่ละสถานี พบว่ามีการลงทุนคอนโดไม่น้อยกว่า 6-7 โครงการ รวมยูนิตที่เปิดขายกว่า 1,000 ยูนิต ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มแรงกดดันให้ตลาดมีปัญหาเพิ่มอีก

“ผมไม่ห่วงตลาดบ้านเดี่ยว ที่ผ่านมาดีเวลลอปเปอร์ได้มีการปรับตัวแล้ว แต่คอนโดจะมีปัญหาตามมา ปัญหา และยิ่งเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองจะกระทบก่อน” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า ผู้ประกอบการรายไหนที่มีการปรับตัวหันมารุกตลาดคอนโดมิเนียมหัน ก็จะส่งดีต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการด้านกำไร ที่ลดลง เนื่องจากว่าคอนโดมิเนียมกว่าจะสร้างเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าต้องใช้เวลานนาน 2 ปี ในช่วงเวลาที่ก่อสร้าง นั้นไม่สามารถที่จะควบคุมต้นทุนได้  ซึ่งหากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น แต่ไม่สามารถที่จะปรับราคาขายขึ้นได้ สุดท้ายก็กระทบต่อกำไรในภายหลัง

ส่วนตลาดบ้านเดี่ยวหรือโครงการจัดสรรแนวราบนั้น ส่วนตัวเชื่อว่า  ตลาดยังมีความต้องการอยู่ ยิ่งมีการลงทุนขยายเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจาก




 
  No Image ผู้โพส : noom
สถานะ : ผู้ดูแล

Reply : [ noom ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
20/10/2007 - 23:48

Add?  No Card  Bad Report  Delete
 



  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : บิ๊กอสังหาฯเตือนระวังดอกเบี้ยขึ้นคอนโดฯไม่โอน หัวข้อรวม