"แม้ว"แง้มหัวใจ-แจง สาว"ลีเดีย" แค่เพื่อนซี้ต่างวัย
[ ผู้ดูแล : noom - 6/08/2007 - 22:44 ]  พาร้องโอเกะ-ตีกอล์ฟ ชมเปาะนักร้องสาวโจ๋ "ผู้หญิงเก่ง-เป็นเด็กดี" ตรงสเป๊ก"สะใภ้ในฝัน"
 เพื่อนซี้- ภาพถ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คู่กับนักร้องสาว "ลีเดีย"ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ที่ปรากฏในพ็อกเกตบุ๊กทักษิณแวร์อาร์ยู ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเปิดใจว่าลีเดียเป็นแค่เพื่อนซี้ต่างวัย สนิทกันมากช่วงที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศ
| เปิดช่วงชีวิต"ทักษิณ อิน ลอนดอน "หลังถูกทหารปฏิวัติ "แม้ว"เปิดโอกาสให้นักข่าวทีวีทหารสัมภาษณ์ละเอียดยิบ ระบุตกทุกข์ในต่างแดนได้นักร้องสาว"ลีเดีย"เป็นเพื่อนซี้ต่างวัย ทั้งออกรอบตีกอล์ฟ และร้องคาราโอเกะ ชมฝีมือกอล์ฟเข้าขั้นโปร เผยเคยหิ้วก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำในเมืองไทยไปฝากถึงลอนดอน ยอมรับเคยเชียร์ให้พานทองแท้จีบ แต่"โอ๊ค"อ้างเป็นเพื่อนสนิทกันมากจนไม่คิดจะจีบมาเป็นเพื่อน แถมยกให้เป็นลูกสาวอีกคนด้วย องค์กรสิทธิมนุษยชนยื่นผู้บริหารพรีเมียร์ลีกต้านทักษิณเป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อ้างละเมิดสิทธิมนุษยชนช่วงทำสงครามยาเสพติด
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่พ้นจากอำนาจหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 และพำนักที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์จากประเทศไทย เข้าสัมภาษณ์พิเศษ และได้จัดพิมพ์เป็นหนังสือพ็อกเกตบุ๊กวางจำหน่ายในประเทศไทย ในชื่อ"ทักษิณ WHERE ARE YOU? ชีวิตหลังปฏิวัติ"
หนังสือดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดการใช้ชีวิตในอังกฤษ และเบื้องหลังของเหตุการณ์ต่างๆ โดยตอนหนึ่ง ได้กล่าวถึงข่าวที่มีนักร้องสาว ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา เดินทางมาเยี่ยมที่ประเทศอังกฤษว่าพ่อของลีเดียรู้จักกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และในช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่อเมริกา ในคืนก่อนการปฏิวัติ ครอบครัวของลีเดีย มานั่งกินข้าวอยู่ด้วยและอยู่ในช่วงเกิดปฏิวัติ จึงเหมือนอยู่ในช่วงลำบากด้วยกัน
พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าฝีมือตีกอล์ฟของลีเดียนั้นร้ายกาจเข้าขั้นโปรทีเดียว เพราะเป็นลูกสาวเจ้าของสนามกอล์ฟ เป็นทั้งเพื่อนตีกอล์ฟ เพื่อนร้องคาราโอเกะ จึงกลายเป็นคู่ซี้ต่างวัยกันได้ไม่ยาก แต่ไม่ได้สนิทสนมเฉพาะลีเดียเท่านั้นยังสนิททั้งพ่อ แม่ และน้องสาวคือดิ๊กกี้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกด้วยว่าเมื่อคราวไปเที่ยวมัลดีฟ ลีเดียยังไปดำน้ำด้วยกัน แถมเวลาบินมาจากเมืองไทย จะเดินถือถุงก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำมาฝากด้วย สำหรับลีเดีย สนิทกับโอ๊คและอุ๊งอิ๊ง(แพทองธาร) ถึงขั้นโทรศัพท์นัดกันบินมาเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งพอถามว่าลุ้นอยากให้ลีเดียเป็นแฟนโอ๊คหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเด็กๆเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยบังคับใจลูกในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีคำให้สัมภาษณ์ของโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายเล่าถึงความสนิทสนมระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณกับลีเดียว่า ปกติพ.ต.ท.ทักษิณ จะสนิทกับคนยาก แต่ลีเดียเขาเป็นเด็กดี เหมือนเขาจะดูแลพ่อ คอยถามว่าพ่อจะเอาอะไรไหมคะ ส่วนเรื่องลีเดียว่าพ่อเชียร์ให้จีบหรือไม่ โอ๊คก็บอกว่าเป็นเด็กดี ฉลาด เป็นลูกรักของพ่อคนหนึ่ง แต่ให้จีบเป็นแฟคนคงไม่ได้ เพราะซี้กันมาก เหมือนพี่น้อง นอกจากนี้ลีเดียยังเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นกับพ.ต.ท.ทักษิณ โอ๊คและคุณแม่ของลีเดียด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นก็มีทั้งครอบครัวลีเดียออกเอง และที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกให้ ซึ่งตอนนั้นลีเดียจะออกเทปชุดใหม่คืออัลบั้ม Inside Out พ.ต.ท.ทักษิณจึงชวนลีเดียไปซื้อเสื้อผ้าที่ฮาราจูกุ ซึ่งก็ช่วยเลือกให้เหมือนกัน และยอมรับว่าเคยซื้อเสื้อผ้าให้ลีเดียด้วย
 เพื่อนต่างวัย- ภาพถ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายพานทองแท้ ลูกชาย และนักร้องสาว "ลีเดีย"ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ที่ปรากฏในพ็อกเกตบุ๊กทักษิณแวร์อาร์ยู ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเปิดใจว่าลีเดียเป็นเพื่อนซี้ต่างวัย สนิทกันมากในช่วงอยู่ต่างประเทศ
|
ด้านร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าว และเป็นผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ปัจจุบันย้ายเป็นนายทหารประจำกองทัพบก เปิดเผย "ข่าวสด" ถึงจุดมุ่งหมายในการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่า ไม่ได้ทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ทำหนังสือด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้เล่นการเมืองหรือต้องการโจมตีใคร เพราะตอนที่ตัดสินใจเดินทางไปอังกฤษนั้น ถ้าเป็นนักข่าวคนอื่นก็คงตัดสินใจเช่นเดียวกัน ในเมื่อเรามีโอกาสแล้วปล่อยโอกาสนั้นไป คงรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ตอนแรกทราบจากนายนพดล ปัทมะ ทนายความตระกูลชินวัตรว่าจะเชิญนักข่าวไปทำข่าวพ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศอังกฤษ ก็สนใจและอยากไป ซึ่งได้ติดต่อนายนพดลไปบอกว่าอยากทำพ็อกเกตบุ๊ก แต่สุดท้ายก็เงียบ ไม่ได้รับการติดต่อกลับ แต่ในช่วงนั้นคดียุบพรรคใกล้จะตัดสินแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางไปเอง สืบจนแน่ใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พักอยู่ที่ไหน จากนั้นไปขอวีซ่า จองตั๋ว เดินทางไปเมื่อกลางดึกวันที่ 29 พ.ค. เมื่อไปถึงสนามบินฮีทโทรว์ตอนหกโมงเช้า จึงต่อรถเมล์เข้าไปในเมือง ระหว่างทางพยายามมองหาบ้าน จนกระทั่งเห็น โอ๊ค นายพานทองแท้ ชินวัตร ยืนอยู่ จึงรีบลงจากรถเมล์ แต่พอเดินไปถึงหน้าบ้านดังกล่าว โอ๊ค หายไปแล้ว แต่แน่ใจว่าบ้านอยู่ในนี้ จึงเข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์โดยแจ้งว่ามาพบพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักข่าวพ็อกเกตบุ๊ก แต่ไม่ได้พบโดยขอเบอร์แล้วบอกว่าจะโทร.กลับ
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่อว่า จากนั้นจึงไปหาที่พักก่อนจะกลับมาในวันรุ่งขึ้น โดยไปยืนหลบอยู่ตรงเสาโรงแรมซึ่งอยู่ข้างๆกับอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ช่วงนั้นก็พยายามเช็กข่าวจากเมืองไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ระหว่างที่ยืนหลบอยู่นั้นเห็นรถตู้สีขาวมาจอดซึ่งมองไปก็จำคนติดตามที่ฝากเบอร์โทรศัพท์ไว้ได้และเห็นพ.ต.ท.ทักษิณ จึงคว้ากล้องวิ่งออกไป พอถึงตัวก็บอกว่าเป็นนักข่าวจากเมืองไทย จะขอสัมภาษณ์ทำพ็อกเกตบุ๊ก แต่พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าอย่าเลย ขี้เกียจวุ่นวาย เพิ่งมีเรื่องยุบพรรค ไม่อยากให้สัมภาษณ์ใคร ตนได้ยินถึงกับร้องไห้ พยายามพูดหว่านล้อมกระทั่งพ.ต.ท.ทักษิณยอม โดยบอกพรุ่งนี้แล้วกันและให้นัดกับผู้ช่วย แต่หลังจากรอโทรศัพท์จากผู้ช่วยก็ไม่ยอมติดต่อมา
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ตนจึงไปดักรออีกเป็นวันที่ 3 พอเจอหน้าพ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกว่าลืมไปเลย ก่อนจะนัดให้มาในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.ซึ่งก็คือวันรุ่งขึ้นในเวลาบ่ายสองโมง ซึ่งปรากฏว่าพอถึงวันนั้นก่อนเวลาประมาณ 11.00 น. มีโทรศัพท์จากคนติดตามมาบอกว่าบ่ายสองโมงอย่าลืมมาด้วย พอถึงเวลาตนได้เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างทั้งกล้องวิดีโอ กล้องถ่ายภาพนิ่ง เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณลงมาก็ได้แนะนำโอ๊ค บอกจะให้มาช่วยจัดแจงช่วยทำ แล้วกลับไปจะให้หานักเขียนมาช่วยแก้ไขให้ ซึ่งตอนเริ่มสัมภาษณ์ก็บอกว่าจะทำพ็อกเกตบุ๊กเกี่ยวกับชีวิตในต่างแดน แต่พูดไปพูดมาก็พยายามแทรกการเมือง
"ยอมรับการสัมภาษณ์ช่วงแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ค่อนข้างระแวง พร้อมกับบอกว่าหากสิ่งที่พูดกันวันนี้หลุดไปเป็นข่าวก็จบ หนังสือก็เลิกไปเลย จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตหลังจากปฏิวัติแล้ว สถานการณ์ในตอนนั้น โทรศัพท์ถึงลูกเมียอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ บอกด้วยว่า 10 เดือนที่ผ่านมานี้ไม่เคยให้ใคร ถือเป็นความลับของเขา" ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว
ร.ท.หญิงสุณิสา ยังเล่าด้วยว่า ช่วงสัมภาษณ์ครั้งแรก พ.ต.ท.ทักษิณไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องการเมืองนัก เพราะถามไปถามมาก็ตัดบทไม่ให้สัมภาษณ์หลังจากใช้เวลาอยู่นาน 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่จบ ตนจึงติดต่อผ่านทางโอ๊ค ทำให้ต้องอยู่ที่อังกฤษนานกว่า 3 สัปดาห์ จนคิดว่าจะกลับเมืองไทยแล้ว โอ๊คบอกมาว่ารอพ่อกลับจากญี่ปุ่นก่อนแล้วจะให้สัมภาษณ์อีก ซึ่งช่วงนั้น คตส.สั่งอายัดทรัพย์พอดี ซึ่งตอนมาเจอกันครั้งที่ 2 ตนได้สัมภาษณ์ต่อจากพ.ต.ท.ทักษิณ พูดผ่านวีซีดีส่งมาให้ม็อบพีทีวีที่ท้องสนามหลวง
"น่าสังเกตว่าการให้สัมภาษณ์ครั้งสอง พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการพูดถึงเรื่องการเมืองมากกว่าครั้งแรก และการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็มีท่าที่เปลี่ยนไป จากครั้งแรกที่บอกชัดเจนว่าเลิกเล่นการเมืองแน่ ไม่รู้จะเล่นไปทำไมและเหมือนทำไจไว้แล้วว่าพรรคไทยรักไทยจะต้องถูกยุบ แต่พอสัมภาษณ์ครั้งที่ 2 หลังจากถูกอายัดทรัพย์แล้ว ก็ได้ใช้คำถามเดียวกันว่าแน่ใจหรือไม่ว่าจะไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบกลับมาว่า ผมจะไม่เล่นแล้ว ถ้าเขาไม่ทำอะไรผม หมาจนตรอกก็ต้องสู้ เมื่อเล่นงานกันทางการเมืองก็ต้องสู้กันด้วยการเมือง" ร.ท.หญิงสุณิสา เปิดเผย
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า หลังกลับมาจากอังกฤษ ก็ถูกผู้ใหญ่เรียกมาสอบถามว่าหายไปไหน เพราะลาไปถึง 3 สัปดาห์ ซึ่งตอนนั้นมาช่วยราชการเป็นผู้ประกาศอยู่ททบ.5 แต่ตนไม่ได้บอกว่าไปสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อังกฤษ จึงถูกสั่งย้ายไปประจำที่บก.ทบ. ซึ่งคิดว่ามันเป็นงานเขียนที่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใคร ไม่ได้ทำให้กองทัพลำบากหรือไปเขียนเข้าข้างพ.ต.ท.ทักษิณ การทำหนังสือถือเป็นสิทธิของเรา หากกองทัพต้องการทำก็พร้อมทำให้
เมื่อถามว่าหากพล.อ.สนธิ เรียกไปสอบถามจะชี้แจงอย่างไร ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า สิ่งที่ทำไม่เกี่ยวกับม็อบพีทีวีหรือพรรคไทยรักไทย ไม่ได้เป็นกระบอกเสียงให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหนังสือบริสุทธิ์ ตนจึงพร้อมชี้แจงทุกอย่างเพราะเราไม่ได้ทำร้ายใครหรือทำอะไรที่ไม่ดี
เมื่อถามว่าคาดหวังกับหนังสือเล่มนี้อย่างไร ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า อยากเป็นสื่อบอกเล่าเรื่องของคนๆหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตอยู่จุดสูงสุดแล้วตกลงมาต่ำสุด เป็นแง่คิดให้กับคนอ่านว่าคนที่มีอำนาจ คิดว่าทำดีหรือไม่ดีนำไปสู่อะไรในชีวิตบ้าง ถือเป็นการเตือนและถ่ายทอดให้คนได้รู้จักเขามากขึ้น
" จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ เราไปในวันที่ไม่มีใครได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ และเรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือความคิดของเขาที่มีต่อคมช. ต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินหรือนายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมทั้งพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตรด้วย ซึ่งได้ถามไปว่าหากย้อนเวลากลับไปได้จะยังตั้งพล.อ.สนธิ เป็นผบ.ทบ.หรือไม่ เขาก็ตอบมาว่าผมเป็นคนมองไปข้างหน้า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึง แต่เมื่อเข้ามาตรงนี้แล้วก็ขอให้ทำให้ดี ยังคิดว่าพล.อ.สนธิ เป็นรุ่นพี่ มีความนับถือต่อกัน " ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวและว่า ตอนที่ถามพ.ต.ท.ทักษิณ ตอนที่เห็นลูกเมียขึ้นศาล พ.ต.ท.ทักษิณ ทำท่าคล้ายกลืนก้อนสะอื้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือ "ทักษิณ WHERE ARE YOU? ชีวิตหลังปฏิวัติ" จัดพิมพ์จำนวน 3,000 เล่ม โดยสำนักพิมพ์นอกโลก ราคาเล่มละ 185 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.
วันเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า กลุ่มฮิวแมน ไรท์ ซึ่งเป็นกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนชั้นนำของสหรัฐ ได้ยื่นหนังสือถึงพรีเมียร์ลีก เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนการอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากพ.ต.ท.มีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการใช้นโยบายรุนแรงและนองเลือดในการแก้ปัญหายาเสพติดของไทย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของไทยในช่วงปี 2001-2006 โดยกลุ่มเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะผ่านการตรวจสอบให้สามารถเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกได้ และกลุ่มได้ทำหนังสือถึงผู้บริหารพรีเมียร์ลีก เพื่อสอบถามถึงขั้นตอนการตรวจสอบความเหมาะสมของพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย
ขณะเดียวกัน ด้านองค์กรนิรโทษกรรมสากล ของอังกฤษ ยังได้ร่วมแสดงความวิตกเช่นเดียวกับกลุ่ม"ฮิวแมนไรท์ วอช" โดยกลุ่มยังได้เสนอที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการใช้นโยบายรุนแรงในการแก้ปัญหายาเสพติด ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ทั้งนี้ ข้อมูลของกลุ่มระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้เป็นผู้นำในการดำเนินนโยบายสงครามกวาดล้างยาเสพติด เมื่อปี 2003 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2,500 ราย เพียงช่วงระยะเวลาสามเดือน และยังได้สั่งการให้กองทัพใช้วิธีการทุกรูปแบบในการกวาดล้างกลุ่มแยกดินแดนในจังหวัดภาคใต้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาของกลุ่มฮิวแมน ไรท์ กลุ่มองค์การนิรโทษกรรมสากล เป็นเรื่องไร้มูลความจริง โดยที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏว่าเคยมีการแสดงหลักฐานที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวต่อพ.ต.ท.ทักษิณ หรือมีการฟ้องร้องใดๆ ต่อเขา ทั้งจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน หรือกลุ่มพลเรือนใดๆ
ทางด้านพรีเมียร์ ลีก ออกมากล่าวปกป้องการตัดสินใจอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเทกโอเวอร์สโมสรแมนฯซิตี้ หลังองค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเข้าบริหารทีม "เรือใบสีฟ้า"
ลีกผู้ดีแถลงการณ์ยืนยันว่าได้รับจดหมายสอบถามจากองค์กรสิทธิมนุษยชน แต่ข้อกล่าวหาเกิดขึ้นที่เมืองไทย ไม่เกี่ยวกับกฎหมายอังกฤษ และประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ไม่เกี่ยวกับการซื้อสโมสรแมนฯซิตี้ แต่หากเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ทางพรีเมียร์ลีก จะให้ความสำคัญอย่างเต็มที่
ที่มา : ข่าวสด
|